วิเคราะห์บอล [ บอลโลก 2026 ] นอร์เวย์ VS เซเนกัล

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 22 มิ.ย. 2569 15:49:26 น. เข้าชม 59 ครั้ง


นอร์เวย์

23 มิ.ย. 2569

เซเนกัล



"นักรบไวกิ้ง" จัดหนักหวังซิวตั๋วรอบน็อคเอาท์ท้าดวล "ราชสีห์เตรันก้า" ที่พร้อมสู้ยิบตาเพื่อความอยู่รอด!

บอลโลก 2026 | นอร์เวย์ VS เซเนกัล (สนามกลาง) | กลุ่ม I นัดที่ 2 | วันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2026 | เวลา 07:00 น. |

พรีวิว

ขุนพลแดนสแกนดิเนเวียอย่าง นอร์เวย์ กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยอดเยี่ยมบนตำแหน่งจ่าฝูงของ กลุ่ม I หลังผ่านพ้นแมตช์แรก และพวกเขามีโอกาสการันตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายของศึก บอลโลก 2026 ทันทีในเกมนัดวันจันทร์นี้ที่จะพบกับ เซเนกัล ที่สนามใน อีสต์ รูเธอร์ฟอร์ด โดยอัตราต่อรองทีมชนะของฝั่งทัพไวกิ้งในคู่มือการเดิมพันฟุตบอลโลกของเรานั้นดูเหนือกว่าอย่างชัดเจน แต่อย่างไรก็ตาม คู่แข่งจากทวีปแอฟริกาของพวกเขาจะไมใช่ งานง่ายที่จะยอมให้เคี้ยวได้ไล่ต้อนแน่นอน หลังจากเพิ่งโชว์ฟอร์มสร้างความหวาดหวั่นให้กับฝรั่งเศสมาในนัดล่าสุด


แมตซ์ พรีวิว

นอร์เวย์

ทัพ นอร์เวย์ แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดดุดันสไตล์เดียวกับชุดที่คว้าชัยชนะรวดทั้ง 8 นัดในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก โดยการลงสนามในแมตช์แรกบนเวทีโลกรอบสุดท้ายครั้งแรกในศตวรรษนี้ของพวกเขาจบลงด้วยการที่ลูกทีมของ สตาเล่ โซลบัคเคน ถล่มเอาชนะ อิรัก ไปอย่างขาดลอย 4-1 ซึ่งต้องยกเครดิตให้กองหน้าหมายเลขเก้าจอมแกร่งประจำทีม โดยก่อนเสียงนกหวีดหมดครึ่งแรกจะดังขึ้น เออร์ลิง ฮาลันด์ ซัดคนเดียวสองประตูในการออกสตาร์ทเป็นตัวจริงนัดแรกในฟุตบอลโลก ก่อนที่ ลีโอ ออสติการ์ด จะมาโหม่งพังประตูเพิ่ม และได้ประตูตอกย้ำความได้เปรียบจากการทำเข้าประตูตัวเองในช่วงท้ายเกมของ ไอเมน ฮุสเซน ที่สนาม ยิลเล็ตต์ สเตเดียม จากผลต่างประตูได้เสียที่เหนือกว่าอดีตรองแชมป์โลกปี 2022 อย่าง ฝรั่งเศส อยู่เล็กน้อย ส่งผลให้นอร์เวย์รั้งตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่ม I และจะการันตีการเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายทันทีหากคว้าชัยชนะในนัดที่สองนี้ได้ โดยไม่ต้องไปสนใจผลการแข่งขันในคู่ระหว่างทัพตราไก่กับอิรัก ชัยชนะอันท่วมท้นในแมตช์แรกไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อตารางคะแนนเท่านั้น แต่ยังช่วยกู้ขวัญกำลังใจให้กับทีมที่เคยเสียกระบวนไปบ้างหลังจากจบศึกรอบคัดเลือกอันสมบูรณ์แบบ โดยพวกเขาคว้าชัยชนะได้เพียงนัดเดียวเท่านั้นจากการลงเล่นเกมกระชับมิตรลองทีม 4 นัดสุดท้าย แม้ว่าลูกทีมของโซลบัคเคนจะมีปัญหากลืนไม่เข้าคายไม่ออกในเกมรับหลังเก็บคลีนชีตได้เพียงครั้งเดียวจาก 7 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ และเสียประตูมา 3 แมตช์ติดต่อกันแล้ว แต่สถิติไร้พ่าย 4 นัดติดในเวลานี้ก็ยังถือเป็นแง่บวกที่ยอดเยี่ยม


เซเนกัล

ในขณะที่นอร์เวย์พยายามจะขยายสถิติไร้พ่ายเป็นนัดที่ห้าติดต่อกัน ทางด้าน เซเนกัล กลับต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงที่จะสถิติย่ำแย่ไม่ชนะใครเป็นนัดที่สี่ติดต่อกันในทุกรายการ หลังจากเสร็จสิ้นการเปิดเกมรุกแลกเดือดทว่าต้านทานความเด็ดขาดของฝรั่งเศสไม่ไหวในเกมนัดแรก หัวหน้าผู้ฝึกสอนอย่าง ปาเป้ เธียว เคยเป็นผู้เล่นสำรองที่ไม่ได้ถูกใช้งานในเกมนัดประวัติศาสตร์ที่เซเนกัลเฉือนชนะฝรั่งเศส 1-0 ในศึกฟุตบอลโลกปี 2002 ทว่าคราวนี้ในบทบาทข้างสนามเจ้าตัวกลับต้องพบกับความผิดหวังเมื่อดับเบิ้ลแชมป์ของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ และประตูของ บราดลีย์ บาร์โกล่า ทำให้ประตูตีไข่แตกของ อิบราฮิม เอ็มบาย กลายเป็นเพียงแค่น้ำจิ้มที่ไร้ความหมาย แม้ว่าทุกทีมในกลุ่มจะยังคงมีลุ้นเข้ารอบหลังผ่านนัดแรก แต่หากเซเนกัลต้องปราชัยในเกมวันอังคารนี้และฝรั่งเศสมีแต้มติดมือจากเกมเจออิรัก จะส่งผลให้ทัพเอกบุรุษแห่งแอฟริการายนี้ทำได้ดีที่สุดเพียงแค่อันดับสามของกลุ่มเท่านั้น หลังจากก่อนหน้านี้เคยพลาดท่าพ่ายแพ้ในเกมอุ่นเครื่องต่อ สหรัฐอเมริกา 3-2 และเสมอกับ ซาอุดีอาระเบีย 0-0 ในช่วงเตรียมความพร้อม หากสัปดาห์นี้สโมสรยังคงไร้ชัยอีกนัดจะนับเป็นการไม่ชนะใคร 4 เกมติดต่อกันรวมทุกรายการเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 2018 ซึ่งเป็นหนล่าสุดที่พวกเขาไม่ได้สิทธิ์มาเล่นฟุตบอลโลก แต่อย่างไรก็ดี ทัพ ราชสีห์เตรันก้า ยังพอมีสถิติที่ช่วยสร้างความมั่นใจได้อยู่บ้างจากการเจอกันนัดเดียวในอดีตเมื่อปี 2006 ซึ่งครั้งนั้นเซเนกัลเฉือนชนะนอร์เวย์ไปได้ 2-1 ในเกมกระชับมิตร โดยหนนั้นทัพไวกิ้งที่มีสตาร์ดังอย่าง ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ และ เบรเด ฮังเกลันด์ โดนทีเด็ดของ มูสซ่า เอ็นเดียเย และ บาบาการ์ เอ็มบาย เกย์ ซัดจมลงได้สำเร็จ


ฟอร์มล่าสุด

นอร์เวย์ (ฟุตบอลโลก) : ชนะ

นอร์เวย์ (ทุกรายการ) : ชนะ แพ้ เสมอ ชนะ เสมอ ชนะ

เซเนกัล (ฟุตบอลโลก) : แพ้

เซเนกัล (ทุกรายการ) : ชนะ ชนะ ชนะ แพ้ เสมอ แพ้


สภาพความพร้อมของทีม

นอร์เวย์

นอร์เวย์ ผ่านพ้นเกมนัดแรกที่ชนะอิรักมาพร้อมกับความกังวลในแผงแนวรับขนาดเล็กเนื่องจาก ดาบิด โมลเลอร์ วูล์ฟ มีอาการบาดเจ็บรบกวนจนต้องโดนเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนาทีที่ 73 ขณะที่แบ็กขวาอย่าง จูเลียน ไรเออร์สัน มีอาการล้าของกล้ามเนื้อเล่นงานหลังสิ้นเสียงนกหวีดยาว แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วและคาดว่าจะฟิตสมบูรณ์พร้อมลงสนามช่วยทีมจ่าฝูงได้ทันเวลา ส่งผลให้ผู้จัดการทีมจะมีขุมกำลังที่พร้อมรบครบทุกตำแหน่ง โดยศูนย์หน้าตัวเป้าอย่าง เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่พังประตูในนามทีมชาติมาได้ 11 นัดติดต่อกันแล้ว สร้างสถิติประวัติศาสตร์ในเกมกับอิรักด้วยการเป็นผู้เล่นคนแรกนับตั้งแต่ เฟอร์นันโด ตอร์เรส ของสเปนชุดแชมป์โลกปี 2010 ที่มีโอกาสง้างเท้าส่องประตู (5 ครั้ง) มากกว่าสถิติจำนวนการผ่านบอลสำเร็จในสนาม (4 ครั้ง) ในแมตช์ฟุตบอลโลกนัดเดียว


เซเนกัล

ทางด้าน เซเนกัล มีรายงานข้อมูลระบุชัดเจนว่าพวกเขามีขุมกำลังนักเตะที่ฟิตสมบูรณ์เต็มร้อยพร้อมให้เลือกใช้งานในการลงสนามวันอังคารนี้ โดยสิ่งที่เป็นปัญหาในการตัดสินใจจัดทัพหลักของกุนซือ ปาเป้ เธียว อยู่ในพื้นที่แผงเกมรุกแดนบน เนื่องจากผลงานการสอยตาข่ายฝรั่งเศสในนัดก่อนส่งผลให้ดาวรุ่งวัย 18 ปีอย่าง อิบราฮิม เอ็มบาย สร้างสถิติเป็นนักเตะแอฟริกาอายุรุ่่นเยาว์ที่สุดที่ทำประตูได้ในเวทีฟุตบอลโลก และทำให้เจ้าตัวมีโอกาสเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงจาก อิศไมล่า ซาร์ ทว่าตัวรุกจาก คริสตัล พาเลซ รายนี้น่าจะยังคงได้รับความไว้วางใจให้ลงสนามสร้างสรรค์เกมร่วมกับ นิโคลัส แจ็คสัน และ ซาดิโอ มาเน่ ต่อไป โดยผู้จัดการทีมพร้อมเลือกใช้ไลน์อัพผู้เล่น 11 ตัวจริงชุดเดิมจากเกมนัดแรกลงสนามทำหน้าที่ทำศึกแก้มืออีกครั้ง
 

คาดการณ์ผู้เล่น

นอร์เวย์ : นีลันด์; ไรเออร์สัน, เฮกเก็ม, อาเยอร์, วูล์ฟ; โอเดการ์ด, เบอร์เก้, ออร์สเนส; ซอร์ลอธ, ฮาลันด์, นูซ่า

เซเนกัล : เมนดี้; ดิอัตต้า, คูลิบาลี่, เนียคาร์เต้, ดิยุฟ; กามาร่า, อิดริสซ่า เกย์, ปาเป้ เกย์; ซาร์, แจ็คสัน, มาเน่
 

วิเคราะห์คาดการณ์

ศึกฟุตบอลโลกรอบแบ่งกลุ่ม นัดที่สองของกลุ่มไอ เป็นเกมที่มีเดิมพันตั๋วเข้ารอบและสถานการณ์ของทีมรองรับอย่างชัดเจน โดย นอร์เวย์ ของกุนซือ สตาเล่ โซลบัคเคน โชว์พลังความเฉียบขาดในแดนหน้าถล่มอิรักมาได้เด็ดขาด 4-1 นัดนี้ขุมกำลังของทัพไวกิ้งสมบูรณ์แบบเต็มพิกัดหลังแนวรับอย่าง ดาบิด โมลเลอร์ วูล์ฟ และ จูเลียน ไรเออร์สัน ฟื้นตัวจากอาการล้าและบาดเจ็บพร้อมลงสนามคุมพื้นที่ แดนกลางนำทัพโดยกัปตันทีมคนสำคัญ มาร์ติน โอเดการ์ด คอยเปิดบอลป้อนให้ศูนย์หน้าจอมทำลายล้างอย่าง เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่สถิติกำลังร้อนแรงยิงประตูในนามทีมชาติมา 11 นัดติดต่อกันลงล่าตาข่าย สวนทางกับทางด้าน เซเนกัล ภายใต้การนำทัพของ ปาเป้ เธียว ที่ฟอร์มช่วงหลังสะดุดหนักไม่ชนะใครมา 3 นัดติดต่อกัน ล่าสุดพ่ายฝรั่งเศสมา 3-1 แม้ว่าแดนหน้าจะใช้ขุมกำลังชุดเดิมที่มีความเร็วจัดจ้านอย่าง ซาดิโอ มาเน่, นิโคลัส แจ็คสัน และมีดาวรุ่งฮีโร่อย่าง อิบราฮิม เอ็มบาย คอยสแตนบายป่วนเกมรับคู่แข่ง ทว่าจุดเปราะบางในแผงหลังของทัพ ราชสีห์เตรันก้า ที่มักจะเสียสมาธิและมีข้อผิดพลาดส่วนบุคคล ย่อมเป็นงานที่หนักหน่วงมหาศาลในการรับมือกับส่วนสูงและความดุดันของฮาลันด์ ยิ่งเมื่อพิจารณาจากแรงกระตุ้นของนอร์เวย์ที่ต้องการชัยชนะนัดนี้เพื่อตีตั๋วเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายล่วงหน้า เชื่อว่าสปีดบอลและประสิทธิภาพในกรอบเขตโทษที่เฉียบคมกว่าของทีมยุโรป จะช่วยให้นอร์เวย์เบียดเอาชนะเซเนกัลไปได้ในที่สุด
 

คาดการณ์สกอร์ : นอร์เวย์ 2 - 1 เซเนกัล
 

ข้อมูลที่น่าสนใจ

ทีมชนะ : นอร์เวย์ - ทัพ "นักรบไวกิ้ง" มีโมเมนตัมและความมั่นใจที่เหนือกว่าชัดเจนหลังถล่มคู่แข่งมาในนัดแรก ประกอบกับขุมกำลังมีความพร้อมสมบูรณ์เต็มร้อยและมีอาวุธหนักอย่าง เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่พร้อมระเบิดฟอร์มทำลายล้างแผงหลังคู่แข่ง ผิดกับฝั่ง เซเนกัล ที่ฟอร์มล่าสุดกำลังดิ่งไม่ชนะใครมา 3 นัดซ้อนและเกมรับมีรอยรั่วค่อนข้างเยอะ ทำให้นอร์เวย์จะเบียดชนะได้สำเร็จ

สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง - ศักยภาพเกมรุกของทั้งสองฝ่ายมีความอันตรายและเฉียบคมเป็นทุนเดิม โดยนอร์เวย์ซัดไปถึง 4 ลูกในแมตช์ล่าสุด ขณะที่เซเนกัลก็นำทัพโดยตัวรุกริมเส้นระดับโลกอย่าง ซาดิโอ มาเน่ ที่พร้อมสร้างโอกาสพังประตู ยิ่งไปกว่านั้นสถิติเกมรับของนอร์เวย์ค่อนข้างหลวมเก็บคลีนชีตได้เพียงหนเดียวจาก 7 นัดหลัง ย่อมทำให้เกมนี้เปิดหน้าแลกกันสนุกจนสกอร์รวมทะลุเรทสูงแน่นอน

Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ - แผงแนวรุกของทัพ "ราชสีห์เตรันก้า" มีสปีดบอลที่รวดเร็วจัดจ้านและเพิ่งเจาะตาข่ายฝรั่งเศสมาได้จาก อิบราฮิม เอ็มบาย ย่อมมีช่องทางที่จะเจาะแนวรับของนอร์เวย์ที่เสียประตูต่อเนื่องมา 3 นัดติดได้ไม่ยาก ทว่าฝั่งนอร์เวย์เองที่มีจอมถล่มประตูอย่าง เออร์ลิง ฮาลันด์ ก็คงไม่ปล่อยให้แนวรับเซเนกัลอยู่รอดปลอดภัย ย่อมเปิดโอกาสให้พังประตูได้ด้วยกันทั้งสองฝั่ง

ทีมได้ประตูแรก : นอร์เวย์ - ทีมของ สตาเล่ โซลบัคเคน มีจุดเด่นในเรื่องการออกสตาร์ทเกมได้อย่างดุดันเด็ดขาดเฉียบหลังใช้ความได้เปรียบทางสรีระร่างกายเปิดฉากโจมตีเข้าใส่คู่แข่งตั้งแต่นาทีแรก ความแน่นอนในการผ่านบอลในแดนกลางบวกกับสัญชาตญาณกองหน้าของ เออร์ลิง ฮาลันด์ จะช่วยเจาะแนวรับแอฟริกาและพังประตูเบิกร่องออกนำให้ทีมได้ก่อนตามเป้าหมาย

ปิดโฆษณานี้

ปิดโฆษณานี้